กระบวนการผลิตไวน์


ปัจจัย 5 ประการในการผลิตไวน์ให้มีคุณภาพยอดเยี่ยม
1) ภูมิประเทศ
2) ภูมิอากาศ
3) พันธุ์องุ่น
4) ดิน
5) กรรมวิธีการผลิต


<<<ขบวนการผลิตไวน์แดง>>>


1.การเก็บเกี่ยวองุ่น (Grape Harvest)
องุ่นจะถูกเก็บเกี่ยวเมื่อผู้ผลิตไวน์พบว่าองุ่นสุกได้ที่ คือ ได้ความสมดุลย์ของปริมาณกรดและน้ำตาล

2.การบีบให้แตกและแยกกิ่งก้านขององุ่น (Crush & Destem)
องุ่นจะถูกบีบให้แตกอย่างนุ่มนวลและแยกกิ่งก้านออกมา

3.การหมัก (Fermentation)
ยีสต์จะถูกใส่เข้าไปผสมกับน้ำและเปลือกองุ่นเพื่อที่ในระหว่างการหมักเปลือกองุ่นจะได้คาย สี รส และ สาร Tannin ระหว่างการหมักไวน์นี้จะเกิดก๊าซ CO เพื่อคั้นเปลือกให้ลอยขึ้นมาอยู่ตอนบนของน้ำองุ่นซึ่งเราเรียกว่า "Cap" ซึ่ง Cap นี้เองคือส่วนที่คาย สี รส และ Tannin จากเปลือกองุ่น

4.การหมักครั้งที่สอง (Malolactic Fermentation)
ผู้ผลิตไวน์สามารถที่จะเลือกทำหรือไม่ก็ได้ การหมักครั้งที่สองนี้เรียกว่า มาโลแลกติก เฟอร์เมนเทชั่น เป็นการแปลงกรดมาลิคซึ่งค่อนข้างกระด้าง (รสฝาดในแอปเปิ้ล) ให้เป็นกรดแลกติค (รสนุ่นในนม) ซึ่งทำให้ไวน์มีรสอ่อนนุ่นขึ้นผู้ผลิตไวน์อาจใช้วิธีการผลิตไวน์ในถังไม้โอ๊คหรือในขวดเพื่อให้ไวน์มีรสชาตินุ่นนวลขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งใช้เวลานานกว่า แทนการทำ Malolactic Fermentation

5.การคั้น(รีด)น้ำ (Press)
หลังเสร็จสิ้นการหมักไวน์จะถูกคั้น(รีด)น้ำอย่างช้าๆเพื่อแยกไวน์และเปลือกองุ่นอกจากกัน

6.การเก็บ (Aging)
ผู้ผลิตไวน์จะเป็นผู้เลือกว่าจะเก็บไวน์ที่ผลิตได้ไว้ในถังไม้โอ๊คเพื่อเพิ่มกลิ่นและรสที่เราเรียกว่า "Toastry" และ "Spicy" หรือเก็บไวน์ไว้ในถังแสตนเลสสตีล เพื่อรักษารสผลไม้ตามธรรมชาติขององุ่น

7.ทำให้ใส/การกรอง (Fining/Filtration)

ก่อนที่จะบรรจุ ไวน์จะต้องถูกทำให้ใส โดยการกรองเพื่อกำจัดเศษตะกอนที่ตกค้างปนอยู่ในไวน์ออกก่อน

8.การบรรจุขวด (Bottling)
เมื่อไวน์ถูกบรรจุขวดแล้วจะถูกเก็บไว้อีกระยะหนึ่งเพื่อทำให้ไวน์นุ่นขึ้นตามธรรมชาติก่อนส่งออกขาย

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

<<<ขบวนการผลิตไวน์ขาว>>>

1.การเก็บเกี่ยวองุ่น (Grape Harvest)
องุ่นจะถูกเก็บเกี่ยวเมื่อผู้ผลิตไวน์พบว่าองุ่นสุกได้ที่ คือ ได้ความสมดุลย์ของปริมาณกรดและน้ำตาล

2.การบีบให้แตกและแยกกิ่งก้านขององุ่น (Crush & Destem)
องุ่นจะถูกบีบให้แตกอย่างนุ่นวลและแยกกิ่งก้านออกมา

3.การคั้น(รีด)น้ำ (Press)
น้ำองุ่นและเปลือกจะถูกคั้น(รีด)อย่างช้าๆ เพื่อแยกน้ำองุ่นและเปลือกออกจากกัน การทำไวน์ขาว น้ำองุ่นเท่านั้นที่จะนำไปหมัก

4.การหมัก (Fermentation)
น้ำองุ่นที่คั้นได้นั้นจะนำไปใส่ถังหมักซึ่งผู้ผลิตไวน์สามารถที่จะเลือกหมักในแสตนเลสสตีลหรือถังไม้โอ๊คก็ได้ขึ้นอยู่กับประเภทของไวน์นั้นๆ

5.การหมักครั้งที่สอง (Malolactic Fermentation)
ผู้ผลิตไวน์สามารถที่จะเลือกทำหรือไม่ก็ได้ การหมักครั้งที่สองนี้เรียกว่า มาโลแลกติก เฟอร์เมนเทชั่น เป็นการแปลงกรดมาลิคซึ่งค่อนข้างกระด้าง (รสฝาดในแอปเปิ้ล) ให้เป็นกรดแลกติค (รสนุ่นในนม) ซึ่งทำให้ไวน์มีรสอ่อนนุ่นขึ้นผู้ผลิตไวน์อาจใช้วิธีการผลิตไวน์ในถังไม้โอ๊คหรือในขวดเพื่อให้ไวน์มีรสชาตินุ่นนวลขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งใช้เวลานานกว่า แทนการทำ Malolactic Fermentation

6.การเก็บ (Aging)
ผู้ผลิตไวน์จะเป็นผู้เลือกว่าจะเก็บไวน์ที่ผลิตได้ไว้ในถังไม้โอ๊คเพื่อเพิ่มกลิ่นและรสที่เราเรียกว่า "Toastry" และ "Spicy" หรือเก็บไวน์ไว้ในถังแสตนเลสสตีล เพื่อรักษารสผลไม้ตามธรรมชาติขององุ่น

7.ทำให้ใส/การกรอง (Fining/Filtration)
ก่อนที่จะบรรจุ ไวน์จะต้องถูกทำให้ใส โดยการกรองเพื่อกำจัดเศษตะกอนที่ตกค้างปนอยู่ในไวน์ออกก่อน

8.การบรรจุขวด (Bottling)

เมื่อไวน์ถูกบรรจุขวดแล้วจะถูกเก็บไว้อีกระยะหนึ่งเพื่อทำให้ไวน์นุ่นขึ้นตามธรรมชาติก่อนส่งออกขาย